[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 
 

  
3 เรื่องที่ธนาคารใช้ตัดสินใจก่อนปล่อยสินเชื่อ SME
โดย : ที่ปรึกษาด้านสินเชื่อ2569   เมื่อวันที่ : ศุกร์ ที่ 10 เดือน เมษายน พ.ศ.2569   


เวลาคนทำธุรกิจเริ่มมองหาเงินทุน ไม่ว่าจะเป็น วงเงินสินเชื่อsmeสิ่งที่หลายคนคิดก่อนมักเป็นเรื่องดอกเบี้ย วงเงิน หรือเอกสารต้องใช้กี่ใบ แต่เอาเข้าจริง สิ่งที่ธนาคารใช้ตัดสินใจแบบเงียบ ๆ กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ “งบของคุณอ่านแล้วเชื่อไหม”

ผมว่าประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า ถ้ารายได้ดี เดินบัญชีเยอะ หรือร้านขายดี ธนาคารก็น่าจะอนุมัติง่าย แต่ในโลกจริง ธนาคารไม่ได้ดูแค่ยอดขาย เขาดูว่าเรื่องราวทั้งหมดในงบการเงิน งบดุล และ statement มันสอดคล้องกันหรือเปล่า ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าธุรกิจนี้มีที่มา มีที่ไป และมีความสามารถชำระหนี้จริง โอกาสขอ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ก็จะดีขึ้นมาก

ยิ่งมองจากภาพใหญ่ตอนนี้ เรื่องนี้ยิ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าสภาพการเงินยังตึงตัว และยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่ม SME อย่างใกล้ชิด ขณะที่สินเชื่อของระบบธนาคารยังหดตัวจากฝั่งสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อผู้บริโภคเป็นหลัก นั่นแปลว่าในวันที่ธนาคารระวังความเสี่ยงมากขึ้น งบที่ “พอมี” อาจไม่พอแล้ว ต้องเป็นงบที่ “ตอบคำถามได้” ด้วย

ถ้าสรุปให้สั้นที่สุด ธนาคารอ่านงบเพื่อหาคำตอบ 3 เรื่อง และทั้ง 3 เรื่องนี้แหละที่คนอยาก กู้sme ควรเข้าใจให้ลึกกว่าการท่องจำตัวเลข

1) ตัวเลขในงบสะท้อนธุรกิจจริงหรือไม่

ข้อนี้เป็นจุดที่หลายกิจการพลาดแบบไม่รู้ตัว ธนาคารไม่ได้กลัวกิจการยอดขายน้อยเท่ากับกลัวกิจการที่ตัวเลข “เล่าไม่ตรงกัน” สมมติขายหน้าร้านด้วย ขายออนไลน์ด้วย รับเงินสดบ้าง โอนเข้าหลายบัญชีบ้าง แต่พอเอามาดูรวมกันแล้วโยงกับภาษี สต๊อก หรือรายรับรายจ่ายจริงไม่ได้ แบบนี้ธนาคารจะเริ่มไม่มั่นใจทันที เพราะเขาไม่รู้ว่ายอดที่เห็นนั้นเป็นรายได้จริงสม่ำเสมอ หรือเป็นแค่ยอดผ่านบัญชี

ในมุมเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้ฟังดูเหมือนงานเอกสาร แต่ในมุมธนาคาร มันคือเรื่อง “ความน่าเชื่อถือ” ถ้างบการเงินสะท้อนกิจการจริง ธนาคารจะเห็นพฤติกรรมรายได้ เห็นรอบเงินสด เห็นกระแสเงินสด และประเมินความสามารถในการผ่อนชำระได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าตัวเลขกระโดดไปมา ไม่มีความสัมพันธ์กัน ต่อให้กิจการดูมีของ ธนาคารก็ต้องเผื่อความเสี่ยงไว้ก่อน

ตรงนี้ผมมองว่า เจ้าของกิจการหลายคนยังชอบถามว่า “ทำยังไงให้ขอสินเชื่อผ่าน” แต่คำถามที่ควรถามจริง ๆ คือ “ข้อมูลธุรกิจของเราทำให้คนปล่อยกู้สบายใจพอหรือยัง” เพราะในวันที่มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจเข้มงวดขึ้นเล็กน้อย และสถาบันการเงินกังวลคุณภาพสินเชื่อของ SMEs มากขึ้น โดยเฉพาะรายใหม่ ธุรกิจที่ตัวเลขชัด ตรวจสอบย้อนหลังได้ จะได้เปรียบกว่าธุรกิจที่ขายดีแต่เอกสารกระจัดกระจายอย่างชัดเจน

พูดง่าย ๆ คือ ธนาคารไม่ต้องการงบที่ดูสวยบนกระดาษอย่างเดียว เขาต้องการงบที่เห็นแล้วเชื่อว่า “นี่คือธุรกิจจริง” และนี่เองคือจุดต่างระหว่างกิจการที่วิ่งหา สินเชื่อเงินด่วน แบบเร่ง ๆ กับกิจการที่เตรียมตัวเพื่อเข้าถึง สินเชื่อถูกกฎหมาย ในระบบอย่างยั่งยืน

2) สินทรัพย์ที่อยู่ในงบ ใช้การได้จริง หรือเป็นแค่ตัวเลขสวย ๆ

ข้อนี้คนมักมองข้ามมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสต๊อกเยอะ มีอุปกรณ์ มีรถ มีเครื่องจักร หรือมีลูกหนี้การค้าในงบเยอะ ๆ บางครั้งเจ้าของกิจการรู้สึกว่ามีสินทรัพย์เยอะน่าจะดี เพราะดูแข็งแรง แต่ธนาคารไม่ได้ดูแค่ “มี” เขาดูว่า “ใช้ได้จริงไหม”

ตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุดคือสต๊อก ถ้าในงบยังลงมูลค่าสินค้าคงเหลือเต็มจำนวน แต่ของจริงเป็นของตกรุ่น ของค้างสต๊อก หรือขายออกยาก ธนาคารจะมองว่าสภาพคล่องที่เห็นอาจดีเกินจริง เพราะสินทรัพย์พวกนี้ไม่ได้แปลงเป็นเงินสดได้เร็วอย่างที่ตัวเลขบอกไว้ แบบเดียวกันกับลูกหนี้การค้า ถ้ามีตัวเลขลูกหนี้สูง แต่เก็บเงินช้า หรือบางรายมีความเสี่ยงเก็บไม่ได้จริง มันก็ไม่ใช่สินทรัพย์ที่แข็งแรงอย่างที่งบเล่า

นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางธุรกิจถึงสงสัยว่า “งบเราก็ดูโอเค ทำไมยังไม่ผ่าน” คำตอบอาจไม่ใช่เพราะธนาคารไม่อยากปล่อย สินเชื่อsme แต่เป็นเพราะธนาคารกำลังถามในใจว่า ถ้าวันหนึ่งธุรกิจสะดุด สินทรัพย์ที่โชว์อยู่จะช่วยพยุงกิจการได้จริงไหม

ในจังหวะที่ภาครัฐและธนาคารต้องออกโครงการ SMEs Credit Boost เพื่อช่วยแชร์ความเสี่ยงด้านเครดิตและเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนให้ภาคธุรกิจ นั่นสะท้อนชัดว่าปัญหาไม่ใช่แค่ความอยากกู้ แต่เป็นเรื่องคุณภาพความเสี่ยงที่ธนาคารต้องรับด้วย โดยข่าวโครงการนี้ระบุว่าสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาสติดต่อกัน และรัฐคาดหวังให้กลไกค้ำประกันช่วยหนุนสินเชื่อปล่อยใหม่ราว 100,000 ล้านบาทใน 1–2 ปีข้างหน้า

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือขึ้น อย่าคิดแค่ว่าใส่ตัวเลขสินทรัพย์ให้มาก แต่ควรทำให้งบสะท้อน “คุณภาพ” ของสินทรัพย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแยกของค้างสต๊อก การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ตามความเป็นจริง หรือการทำให้ลูกหนี้การค้ามีที่มาและประวัติเก็บเงินชัดเจน แบบนี้เวลาธนาคารอ่านงบ เขาจะไม่ได้เห็นแค่ตัวเลข แต่เห็นคุณภาพของธุรกิจด้วย

3) โครงสร้างหนี้เหมาะกับลักษณะค่าใช้จ่ายหรือไม่

ข้อนี้เป็นเรื่องที่ดูเหมือนเทคนิคการเงิน แต่จริง ๆ ใกล้ตัวมาก หลายกิจการมีปัญหาไม่ได้มาจากขายไม่ดี แต่มาจากใช้เงินผิดประเภท เช่น เอาหนี้สั้นไปลงของยาว เอาวงเงินหมุนเวียนไปซื้อสินทรัพย์ถาวร หรือเอาเงินก้อนที่ต้องจ่ายคืนเร็วไปอุ้มต้นทุนที่ยังไม่สร้างรายได้ทัน

ธนาคารมองเรื่องนี้จริงจัง เพราะมันสะท้อนว่าวินัยทางการเงินของกิจการเป็นอย่างไร ถ้าธุรกิจมีรายจ่ายหมุนเร็ว ใช้เงินเป็นรอบ ๆ เช่น ซื้อวัตถุดิบ เติมสต๊อก รับงานสั้น การใช้วงเงินหมุนเวียนหรือสินเชื่อระยะสั้นก็สมเหตุสมผล แต่ถ้ากิจการกำลังลงทุนเครื่องจักร รีโนเวตร้าน ขยายสาขา หรือทำระบบใหม่ที่กว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลา การไปใช้เงินกู้ระยะสั้นอาจทำให้กระแสเงินสดตึงเองตั้งแต่ยังไม่เริ่มโต

ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็มีพื้นที่กลางให้ผู้ประกอบการรายเล็กเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อเลือกประเภท สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ และเข้าใจมุมมองของสถาบันการเงินในการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้น ตรงนี้เป็นสัญญาณที่ดีมาก เพราะมันเตือนเราว่า การเลือกแหล่งทุนไม่ใช่เลือกแค่ว่าใครอนุมัติไว แต่ต้องเลือกให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจด้วย

ผมเลยมองว่า คำว่า สินเชื่อเงินกู้ ที่เหมาะกับธุรกิจ ไม่ได้หมายถึงก้อนได้ไวที่สุดเสมอไป แต่หมายถึงก้อนที่เข้ามาแล้วไม่ทำให้ธุรกิจหายใจติดขัดทีหลัง เพราะถ้าโครงสร้างหนี้ผิด แม้วันนี้ได้เงินมาเร็ว พรุ่งนี้กิจการอาจต้องวิ่งหาเงินมาโปะหนี้ก้อนเดิมไม่จบ

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าของกิจการไม่ควรรีบกระโดดไปหาแหล่ง สินเชื่อเงินด่วน ทุกครั้งที่เงินขาด โดยไม่ดูว่าเงินก้อนนั้นอยู่ในระบบไหม เงื่อนไขเป็นธรรมไหม และเหมาะกับรอบธุรกิจจริงหรือเปล่า ธปท. มีทั้งช่องทางเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ SME และเครื่องมือตรวจสอบผู้ให้บริการเพื่อช่วยคัดกรอง สินเชื่อถูกกฎหมาย ขณะที่หน้า “เช็กแอปเงินกู้” ก็เตือนชัดว่า ถ้ามีใครให้โอนเงินก่อน ควรสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ

สุดท้ายแล้ว เวลาธนาคารอ่านงบ เขาไม่ได้หาธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ เขาหาธุรกิจที่ “อธิบายตัวเองได้” มากกว่า ถ้าตัวเลขสะท้อนกิจการจริง สินทรัพย์ใช้การได้จริง และหนี้ถูกวางให้เหมาะกับงาน ธุรกิจก็จะดูน่าเชื่อถือขึ้นทันที และนี่คือแกนคิดสำคัญที่คนอยากขอ สินเชื่อsme หรือกำลังวางแผน กู้sme ควรเก็บไว้มากกว่าการจำสูตรสำเร็จว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง

ถ้าคุณกำลังเตรียมตัวขอทุน หรืออยากเห็นภาพเต็มว่าทำไม “งบดุลที่ดี” ถึงช่วยให้การขอสินเชื่อมีโอกาสผ่านมากขึ้น แนะนำให้ตามไปอ่านบทความหลักต่อ เพราะบทความงบดุลดีช่วยให้สินเชื่อผ่านได้อย่างไร
นั้นจะทำให้คุณเห็นภาพต้นทางของแนวคิดนี้ชัดขึ้น แล้วจะเข้าใจเลยว่า บางครั้งสิ่งที่ทำให้ขอสินเชื่อผ่าน ไม่ใช่การพูดเก่ง แต่คือการทำให้งบของเราพูดแทนธุรกิจได้อย่างน่าเชื่อถือ

เข้าชม : 6





Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :